"เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด"
การผลิตเครื่องปั้นดินเผาบ้านเกาะเกร็ดที่มีคุณภาพและสวยงามนั้นต้องคำนึงถึงดินที่เป็นวัตถุดิบที่สำคัญรวมทั้งอุปกรณ์และขั้นตอนการผลิตเครื่องปั้นดินเผาดำเนินไปได้ด้วยดีและมีคุณภาพ ดังนี้
- วัตถุดิบที่ใช้ในการทำเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด
1) ดิน เป็นวัตถุที่สำคัญมากในการทำเครื่องปั้นดินเผา ต้องเป็นดินเหนียวที่ไม่มีวัชพืช
หรือกรวดทรายปน
2) แหล่งดิน เกาะเกร็ดเป็นแหล่งดินที่ดี เหมาะแก่การใช้ทำเครื่องปั้นดินเผา
3) ทรายสำหรับผสมเนื้อดินเพื่อเพิ่มความแกร่งของเครื่องปั้น ทรายที่ดีจะต้องเป็น
ทรายละเอียด ในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณตำบบางพูด อำเภอปากเกร็ด
เป็นทรายที่ละเอียดคุณภาพดี
4) ฟืน เป็นวัตถุดิบสำหรับใช้เผาเครื่องปั้นดินเผา มี2ชนิด คือ ฟืนไม้เบญจพรรณ
หรือไม้อื่นๆและ ฟืนตาตุ่ม
หรือกรวดทรายปน
2) แหล่งดิน เกาะเกร็ดเป็นแหล่งดินที่ดี เหมาะแก่การใช้ทำเครื่องปั้นดินเผา
3) ทรายสำหรับผสมเนื้อดินเพื่อเพิ่มความแกร่งของเครื่องปั้น ทรายที่ดีจะต้องเป็น
ทรายละเอียด ในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณตำบบางพูด อำเภอปากเกร็ด
เป็นทรายที่ละเอียดคุณภาพดี
4) ฟืน เป็นวัตถุดิบสำหรับใช้เผาเครื่องปั้นดินเผา มี2ชนิด คือ ฟืนไม้เบญจพรรณ
หรือไม้อื่นๆและ ฟืนตาตุ่ม
- อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำเครื่องปั้นดินเผาบ้านเกาะเกร็ด ได้แก่ แป้น กระดาษรองปั้น ผ้า อ่างน้ำ ไม้วง หอยกาบ ไม้ปลายแหลม ลวด กระดานวางดินที่ใช้ปั้น เหล็กขูด กะลา หินขัด ที่ตีดิน ไม้สลัก มีดตัดดิน แม่พิมพ์ทำลวดลาย พลั่วไม้
- การเตรียมดินทำเครื่องปั้นดินเผาบ้านเกาะเกร็ด
1) การขุดดินและตากดิน
2) การย่ำดินด้วยควาย
3) การตีกองดิน
4) การเหยียบดิน
5) การเตรียมดินที่ใช้ในการปั้นรูปเครื่องปั้นดินเผา
- กรรมวิธีการขึ้นรูปเครื่องปั้นดินเผาบ้านเกาะเกร็ด ขึ้นรูปโดยวิธีขดดิน (Coiling) และ ขึ้นรูปด้วยแป้นหมุน ซึ่งมี2แบบคือ การปั้นเครื่องปั้นขนาดใหญ่ และ การปั้นเครื่องบินขนาดเล็ก
- กรรมวิธีการขึ้นรูปเครื่องบินขนาดใหญ่ มี2ขั้นตอนคือ การขึ้นรูปขั้นต้นด้วยวิธีขดดิน และ ขึ้นรูปให้เป็นรูปทรงเครื่องปั้นที่ต้องการ
- การปั้นโอ่ง มี 2 ขั้นตอนคือ การปั้นส่วนล่างของโอ่ง และการปั้นส่วนบนของโอ่ง นอกจากนี้ยังมีการปั้นอ่าง การปั้นครก และการปั้นเครื่องปั้นขนาดเล็กอื่นๆ การหมุนแป้นเครื่องปั้นดินเผาบ้านเกาะเกร็ดมี 2 วิธีคือ การปั้นชักแป้น การถีบแป้น เป็นต้น
"องค์ประกอบในงานเครื่องปั้นดินเผา"
การสร้างสรรค์เครื่องปั้นดินเผาจำต้องมีแบบแผน มีการจัดการที่ดีเพื่อให้งานได้ดำเนินไปตามแนวคิดสร้างสรรค์ และได้งานที่ให้อารมณ์ความรู้สึกสะเทือนใจสู่การเป็นรูปทรงใหม่ขึ้นมา และสามารถควบคุมกระบวนการผลิตที่มีมากขั้นตอนมากเทคนิคและวิธีการให้ดำเนินลุล่วงไปตามที่ต้องการได้
กระบวนการคิดและกระบวนการสร้างสรรค์มีปัญหาอยู่ที่ว่า"ผลิตอย่างไรจึงจะทำให้ดินเหนียวธรรมดาๆหาค่ามิได้แม้เศษดินเพียงนิดเดียวติดเท้าขึ้นบ้านเรือนใคร เขาด็รังเกียจหาว่าทำให้บ้านเรือนเขาสกปรก แต่ถ้าเอาดินเหนียวนั้นกดเข้าไปในแบบที่เขาทำไว้ เช่น ตุ๊กตา แล้วแกะออกมาเป็นตุ๊กตาที่งามน่ารัก ใครเห็นใครก็อยากได้ ได้ไปแล้วก็นำไปตั้งอวดใครต่อใครอย่างภาคภูมิใจ มันก็คือดินเหนียวที่เคยรังเกียจหนักหนานั่นแหละ แต่ทำไมคราวนี้จึงกลายเป็นของมีค่าน่าดูชมได้ถึงขนาดนั้นเพราะแบบใช่ไหมที่ทำให้ดินเป็นตุ๊กตา"
หลักองค์ประกอบที่เป็นเหมือนเส้นทางเดิน ให้งานเครื่องปั้นดินเผาได้ก้าวเดินไปดัวยความอิสรเสรีอย่างมีจินตนาการ เพื่อบรรลุเป้าหมายของความงามทางวัตถุ พร้อมกับความงามทางจิตวิญญาณตามแนวคิดสร้างสรรค์ การสร้างงานเครื่องปั้นดินเผา จึงมิใช่การมุ่งเน้นแต่เพียงด้านวัสดุอย่างเดียว การสร้างสรรค์รูปทรงตามแนวคิด มีหลายวิธี เช่น การปั้นแบบอิสระ การขึ้นรูปแบบแผ่น การขึ้นรูปแบบใช้พิมพ์กด เป็นต้น ส่วนจะใช้การสร้างสรรค์แบบใดนั้น จึงเป็นเรื่องที่ผู้สร้างสรรค์งานจะต้องพิจารณาเลือกใช้โดยเหมาะสม
"เครื่องปั้นดินเผาและเครื่องเคลือบกับพัฒนาการทางเศรษฐกิจและสังคมของสยาม"
เครื่องปั้นดินเผานั้นเกิดขึ้นได้เนื่องจากความจำเป็นและความต้องการของมนุษย์ ซึ้งแต่เดิมคงทำขึ้นเพื่อเป็นภาชนะใส่อาหารและน้ำ ต่อมามนุษย์ก็พัฒนาเครื่องปั้นดินเผาให้มีคุณภาพดีขึ้นและประโยชน์ใช้สอยของเครื่องปั้นดินเผาก็เพิ่มขึ้นตามลำดับเช่นกัน
สันนิษฐานกันว่าเครื่องปั้นดินเผาในยุคแรกๆ อยู่ในช่วงเวลาราวๆ ก่อนคริสตกาล ได้พบหลักฐานผลิตภัณฑ์ประเภทอิฐ (ใช้ในการก่อสร้าง) ครั้งแรกที่ประเทศบาบีโลเนีย เอสซีเรีย อียิปต์ และประเทศในแถบเอเชีย ซึ่งในแถบนี้มีความก้าวหน้าในเรื่องเครื่องปั้นดินเผากันมาก รู้จักวิธีใช้ดินแดง ดินดำ ดินขาว มาตกแต่งผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะประเทศจีนมีความก้าวหน้าดีพอสมควรประวัติเครื่องปั้นดินเผาของจีนเริ่มในสมัยราชวงศ์ฮั่น ซึ่งในสมัยนั้นเครื่องปั้นดินเผายังไม่มีการเคลือบ แต่ต่อมาก็มีการเคลือบเกิดขึ้นทั้งชนิดเคลือบตะกั่ว และเคลือบด่าง
ในราชวงศ์ถังมีการทำเคลือบได้หลายๆ สี ในสมัยซ้องสมัยย่วนและมิง มีการเคลือบแบบกังใสอีกด้วย (เคลือบปอร์สเลนที่เผาอุณหภูมิสูง) มีการเคลือบสีแดงครั้งแรกเกิดขึ้นและจีนได้ประสบความสำเร็จในการทำเคลือบสีต่างๆ สีที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้นคือ แดง น้ำเงิน และเขียว
ส่วนในประเทศยุโรปก็ได้ทำเครื่องปั้นดินเผานานมาแล้ว ประเทศแรกที่ให้ความสนใจมากคือ อิตาลี ได้ทำเครื่องปั้นดินเผาชนิดเนื้อหยาบและมีความพรุนตัวสูง เรียกว่า เมโจริก้า ต่อมาฝรั่งเศสก็ได้ทำเครื่องปั้นดินเผาลักษณะเช่นเดียวกับอิตาลี เรียกว่า แฟร์ออง อยู่ในราวศตวรรษที่ 17 ชาวยุโรปพยายามทำปอร์สเลนแบบจีน แต่เนื่องจากใช้ดินแดงทำจึงไม่ประสบความสำเร็จ ต่อมายุโรปได้พบดินขาวชนิดเกาลินขึ้น จึงตั้งชื่อว่า CHINA STONE ต่อมาโจเฮ็น เปรดดริค โบสเจอร์ได้ทำเครื่องปั้นดินเผาปอร์สเลนจนสำเร็จ และได้ตั้งโรงงานขึ้นเป็นครั้งแรก
" เครื่องปั้นดินเผามีความผูกพันกับการดำรงชีวิตของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์
เพราะมนุษย์ได้ใช้เป็นเครื่องใช้ไม้สอยในชีวิตประจำวันบรรจุอาหารและสิ่งของ
ฉะนั้นจึงได้มีการประดิษฐ์คิดค้นและปรับปรุงเทคโนโลยีต่างๆอยู่ตลอดเวลา
จากการสำรวจแหล่งโบราณ คดีในประเทศไทย พบว่านับตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 15-16
เป็นต้นมา ในพื้นที่ของราชอาณาจักรไทยได้ปรากฏแหล่งเตาเผาตั้งกระจัดกระจาย
อยู่มากมายหลายแห่ง รวมทั้งได้มีการค้นพบเครื่องปั้นดินเผาเป็นจำนวนมากมายหลายชนิดทั้งที่ผลิตจากแหล่งเตาเผาในราชอาณาจักรไทยและ ที่ผลิตจากแหล่งเตาในต่างประเทศซึ่งได้ถูกนำมาเพื่อใช้สอยและจำหน่ายให้กับกลุ่มชนบางกลุ่ม เครื่องปั้นดินเผาเหล่านี้ถูกผลิตและตกแต่งด้วยเทคนิคและลวดลายที่แตกต่างกันออกไปตามความสามารถของช่างใน
แต่ละท้องถิ่นหรือตามสภาพที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของแต่ละชุมชน ซึ่ง
บางแห่งอาจมีแหล่งดินที่อุดมสมบูรณ์เอื้ออำนวยต่อการผลิตเครื่องปั้น ดินเผา
นอกจากนี้ จากการที่ชุมชนบางแห่งมีพื้นที่ติดต่อกันหรือมีการ ทำการค้าร่วมกัน
จึงทำให้อิทธิพลต่างๆ สามารถส่งผ่านไปยังอีกชุมชน
หนึ่งได้อย่างง่ายดายก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนศิลปะและเทคโนโลยี ซึ่งกันและกัน ต่อมาจึงมีพัฒนาการของตนเอง
ที่แตกต่างออกไปชุมชนบางแห่งก็อาจมีพัฒนาการทางการผลิตที่เป็นของตนเองโดยมิได้รับอิทธิพลจากภายนอก
ซึ่งในระยะแรกจะผลิตขึ้นเพื่อใช้ในกลุ่มชนของตนเองก่อนต่อมาจึงสามารถพัฒนาจนกลายเป็นอุตสาหกรรมที่ยิ่งใหญ่และมีการส่งไปจำหน่ายเป็นสินค้าออกให้แก่ชุมชนใกล้เคียง "
" เครื่องปั้นดินเผา
เป็นศิลปกรรมแขนงหนึ่งของมนุษย์เรา มนุษย์ชาติได้ทำกันมาแต่โบราณกาลที่สุด
และถ่ายทอดกันมาถึงปัจจุบันตราบเท่าทุกวันนี้ การทำเครื่องปั้นดินเผาในสมัยแรก
จากหลักฐานการค้นคว้า ได้พบเครื่องปั้นดินเผาราวก่อนศริสตกาลประมราณ1500-4000
ผลิตภัณฑ์ที่ค้นพบได้แก่อิฐ ชนชาติเก่าแก่ที่สุดที่รู้จักการทำเครื่องปั้นดินเผา
คือ ชาวอียิปต์โบราณ ซึ่งอาศัยกันอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำไนท์
ตามประวัติศาสตร์การขุดค้นพบซากของเหยือกน้ำ
ได้ทำการวิจัยเครื่องปั้นดินเผานี้มีอายุถึงหมื่นปีล่วงมาแล้วยังมีชนชาติเก่าแก่ที่สามารถทำได้เช่นกัน
ได้แก่ ชาวจีน ญี่ปุ่น เปอร์เซีย อาหรับ กรีก โรมัน เป็นต้น "
"ขั้นตอนการทำ"
- 1. นำดินเหนียวมากองไว้เตรียมใช้งานเรียกว่า กองดิน
- 2. ซอยดินเหนียว แล้วนำไปพรมน้ำหมักค้างคืน โดยใช้ใบตองแห้งคลุมให้ดินชุ่มน้ำพอเหมาะ
- 3. ปั้นดินที่หมักเป็นก้อนๆ ยาวประมาณ 1 ศอกนำไปวางไว้ในลานวงกลมแล้วใช้ควายย่ำให้ทั่ว เรียกว่า นวดดิน ปัจจุบันพัฒนามาเป็นการใช้เครื่องนวดแทนควาย
- 4. นำดินที่นวดแล้วมาตั้งเป็นกองใหญ่ แล้วเหยียบให้เป็นกองแบนลง ถ้าพบเศษวัสดุอะไรในดินก็หยิบออกมาแล้วนำผ้ามาคลุมดินไว้เพื่อรอการนำดินมาใช้ในการปั้นต่อไป
- 5. นำดินมาปั้นเป็นแท่งกลมยาวเพื่อขึ้นรูป โดยขึ้นรูปบนแป้นหมุน เรียกว่า ก่อพิมพ์ เป็นการปั้นครึ่งล่างของภาชนะที่ปั้น
- 6. นำครึ่งล่างที่ปั้นเสร็จแล้วไปผึ่งให้หมาดๆ แล้วนำมาปั้นต่อให้เสร็จตามรูปแบบที่ต้องการ
- 7. นำมาผึ่งให้หมาดๆ แล้วนำไปขัดผิวให้เรียบโดยใช้ลูกสะบ้าขัด ทำให้ผิวเรียบและมันแล้วนำไปตากให้แห้ง
- 8. นำภาชนะที่ปั้นเรียนร้อยแล้วและแห้งดีแล้วไปเข้าเตาเผา ซึ่งเป็นเตาก่อด้วยอิฐ
- 9. ในการเผาจะใช้เวลาประมาณ 2 คืน 3 วัน และต้องคอยใช้ฟืนในเตาเผาตลอดทั้งวันทั้งคืนเพื่อให้ได้ความร้อนสม่ำเสมอและทำให้ดินสุกได้ทั่วถึง
- 10. เมื่อเผาได้ตามที่กำหนดเวลาต้องงดใส่ไฟ แล้วปล่อยทิ้งไว้ในเตาเผา 2 คืน โดยค่อยๆ เปิดช่องว่างเพื่อค่อยๆระบายความร้อนเรียกว่า แย้มเตา
- 11. นำภาชนะที่เผาเรียนร้อยแล้วออกจากเตาคัดเลือกชิ้นที่มีสภาพดีนำไปจำหน่าย
http://www.chaiwbi.com/0drem/web_children/c495000/totol2549/c495502/495509/115.html



